logo

Learna

BlogFAQ
กาลของคำกริยา

รายการกริยาอปกติ: ช่อง 1 ช่อง 2 และช่อง 3

กริยาอปกติคือคำกริยาที่ไม่เติม -ed เพื่อทำเป็นรูปอดีต แต่จะเปลี่ยนการสะกดไปเลยหรือคงรูปเดิมไว้ทั้งหมด และแต่ละคำต้องจำเป็นคำ ๆ ไป ไม่สามารถใช้กฎเดียวครอบคลุมได้ คู่มือนี้จัดกลุ่มกริยาเหล่านี้ตามรูปแบบการเปลี่ยนรูป พร้อมตารางอ้างอิงฉบับเต็ม และอธิบายอย่างชัดเจนว่าแต่ละรูปใช้ในตำแหน่งใดของประโยค

กริยาอปกติคืออะไร?

กริยาปกติสร้างรูปช่อง 2 และช่อง 3 ด้วยการเติม -ed (walk → walked) ส่วนกริยาอปกตินั้นไม่เป็นไปตามกฎดังกล่าว แต่ละคำเปลี่ยนรูปในแบบของตัวเองและต้องจำเป็นคำ ๆ ไป กริยาเหล่านี้ไม่ได้พบได้ยากเลย เพราะคำกริยาที่ใช้บ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษ (be, have, go, do, say) ล้วนเป็นกริยาอปกติทั้งสิ้น จึงปรากฏอยู่ในแทบทุกประโยคที่ผู้เรียนพูดหรือเขียน

กริยาปกติ: play → played → played  |  กริยาอปกติ: go → went → gone

รูปแบบการเปลี่ยนรูป 4 แบบ

กริยาอปกติไม่ได้มีกฎเดียวตายตัว แต่ส่วนใหญ่จัดอยู่ในหนึ่งในสี่กลุ่มตามความสัมพันธ์ของรูปทั้งสาม การจดจำรูปแบบเหล่านี้จะเปลี่ยนรายการท่องจำที่ยาวเหยียดให้เหลือเพียงไม่กี่หมวด:

รูปแบบ หลักการ ตัวอย่าง
ทั้งสามช่องเหมือนกัน ไม่เปลี่ยนรูปเลย cut → cut → cut, put → put → put, shut → shut → shut
ช่อง 2 = ช่อง 3 เปลี่ยนครั้งเดียวแล้วคงรูปเดิม buy → bought → bought, teach → taught → taught, feel → felt → felt
ทั้งสามช่องต่างกันหมด แต่ละช่องมีรูปเฉพาะตัว go → went → gone, begin → began → begun, swim → swam → swum
ช่อง 1 = ช่อง 3 เปลี่ยนรูปในช่อง 2 แล้วกลับมาเหมือนช่อง 1 come → came → come, run → ran → run, become → became → become

รายการกริยาอปกติฉบับสมบูรณ์: A ถึง Z

ตารางนี้รวบรวมกริยาอปกติทุกคำที่คุณมีโอกาสพบในภาษาอังกฤษประจำวัน โดยเรียงตามตัวอักษร รูปช่อง 1 คือรูปที่เห็นในพจนานุกรม ช่อง 2 ใช้กับการกระทำที่จบไปแล้ว ส่วนช่อง 3 ใช้ตามหลัง have ใน perfect tense และตามหลัง be ในประโยค passive voice

ช่อง 1 (Base Form) ช่อง 2 (Past Simple) ช่อง 3 (Past Participle)
arisearosearisen
awakeawokeawoken
bewas / werebeen
bearboreborne / born
beatbeatbeaten
becomebecamebecome
beginbeganbegun
bendbentbent
betbetbet
bindboundbound
bitebitbitten
bleedbledbled
blowblewblown
breakbrokebroken
breedbredbred
bringbroughtbrought
buildbuiltbuilt
burnburned / burntburned / burnt
burstburstburst
buyboughtbought
catchcaughtcaught
choosechosechosen
clingclungclung
comecamecome
costcostcost
creepcreptcrept
cutcutcut
dealdealtdealt
digdugdug
dodiddone
drawdrewdrawn
dreamdreamed / dreamtdreamed / dreamt
drinkdrankdrunk
drivedrovedriven
eatateeaten
fallfellfallen
feedfedfed
feelfeltfelt
fightfoughtfought
findfoundfound
fleefledfled
flyflewflown
forbidforbadeforbidden
forgetforgotforgotten
forgiveforgaveforgiven
freezefrozefrozen
getgotgot / gotten
givegavegiven
gowentgone
grindgroundground
growgrewgrown
hanghunghung
havehadhad
hearheardheard
hidehidhidden
hithithit
holdheldheld
hurthurthurt
keepkeptkept
kneelkneltknelt
knowknewknown
laylaidlaid
leadledled
leanleaned / leantleaned / leant
learnlearned / learntlearned / learnt
leaveleftleft
lendlentlent
letletlet
lie (นอนลง)laylain
lightlitlit
loselostlost
makemademade
meanmeantmeant
meetmetmet
mistakemistookmistaken
overcomeovercameovercome
paypaidpaid
proveprovedproved / proven
putputput
quitquitquit
readreadread
rideroderidden
ringrangrung
riseroserisen
runranrun
saysaidsaid
seesawseen
seeksoughtsought
sellsoldsold
sendsentsent
setsetset
shakeshookshaken
shineshoneshone
shootshotshot
showshowedshown
shrinkshrankshrunk
shutshutshut
singsangsung
sinksanksunk
sitsatsat
sleepsleptslept
slideslidslid
speakspokespoken
spellspelled / speltspelled / spelt
spendspentspent
spillspilled / spiltspilled / spilt
spinspunspun
splitsplitsplit
spreadspreadspread
springsprangsprung
standstoodstood
stealstolestolen
stickstuckstuck
stingstungstung
stinkstankstunk
strikestruckstruck
swearsworesworn
sweepsweptswept
swimswamswum
swingswungswung
taketooktaken
teachtaughttaught
teartoretorn
telltoldtold
thinkthoughtthought
throwthrewthrown
understandunderstoodunderstood
wakewokewoken
wearworeworn
weavewovewoven
winwonwon
windwoundwound
withdrawwithdrewwithdrawn
writewrotewritten

รูปกริยาแบบอเมริกันกับแบบบริติช

มีกริยาอปกติจำนวนไม่มากที่มีรูปอดีตซึ่งยอมรับได้สองแบบ ขึ้นอยู่กับสำเนียงภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปอังกฤษแบบอเมริกันนิยมลงท้ายด้วย -ed ขณะที่อังกฤษแบบบริติชมักคงรูปเดิมที่ลงท้ายด้วย -t ทั้งสองแบบถูกต้อง การเลือกใช้มักขึ้นอยู่กับว่าผู้เรียนกำลังเรียนภาษาอังกฤษแบบใด

ช่อง 1 (Base Form) ช่อง 2 (Past Simple) อังกฤษแบบอเมริกัน อังกฤษแบบบริติช
get got gotten got
learn learned / learnt learned learnt
dream dreamed / dreamt dreamed dreamt
spell spelled / spelt spelled spelt
burn burned / burnt burned burnt
lean leaned / leant leaned leant
spill spilled / spilt spilled spilt
smell smelled / smelt smelled smelt
ข้อสังเกตทางไวยากรณ์ เลือกใช้แบบใดแบบหนึ่งแล้วใช้ให้สม่ำเสมอ การผสม "gotten" กับ "learnt" ในข้อความเดียวกันสื่อถึงความไม่สม่ำเสมอ ไม่ใช่ความยืดหยุ่น

Learna AI สอนกริยาอปกติอย่างไร?

Learna AI จับรูปที่ผันผิดเป็นกริยาปกติ เช่น "goed" หรือ "thinked" ได้ทันทีระหว่างการสนทนา และให้รูปกริยาอปกติที่ถูกต้องพร้อมอ้างอิงกลุ่มรูปแบบ ผู้เรียนจึงเริ่มมองเห็นว่า think → thought → thought อยู่ในตระกูลเดียวกับ buy → bought → bought และ bring → brought → brought นอกจากนี้ยังชี้จุดที่ใช้แบบอเมริกันปนบริติชในงานเขียนของผู้เรียน เช่น เมื่อ "gotten" และ "learnt" ปรากฏในย่อหน้าเดียวกัน ผู้เรียนที่ฝึกเล่าเรื่องในรูปอดีตกับ Learna รายงานว่า ใช้รูปกริยาอปกติได้ถูกต้องดีขึ้นถึง 95% โดยไม่ต้องหยุดคิดกลางประโยค

เมื่อรูปกริยาอปกติที่ใช้บ่อยที่สุดกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติแล้ว ก้าวต่อไปที่ผู้เรียนส่วนใหญ่เลือกทำคือการต่อยอดสู่ past perfect ซึ่งอาศัยความรู้เรื่องกริยาช่อง 3 โดยตรงเพื่อบอกว่าการกระทำใดเกิดขึ้นก่อน

สำรวจเพิ่มเติม

นำความรู้ไวยากรณ์ไปฝึกใช้จริงกับเส้นทางการเรียนของ Learna:

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อย

กริยาอปกติ 20 คำมีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ go, have, see, make, get, take, know, think, come, give, find, tell, become, say, leave, eat, write, speak, break และ drive

จะอธิบายกริยาอปกติให้เด็กเข้าใจได้อย่างไร?

อธิบายว่ากริยาส่วนใหญ่เติม -ed เมื่อเป็นรูปอดีต แต่มีกริยาที่ใช้บ่อยกลุ่มหนึ่งเปลี่ยนรูปในแบบพิเศษของตัวเองแทน เช่น go กลายเป็น went

กฎของกริยาอปกติคืออะไร?

ไม่มีกฎสากลเพียงข้อเดียว กริยาอปกติมีรูปแบบต่าง ๆ เช่น ไม่เปลี่ยนรูป เปลี่ยนสระ เปลี่ยนทั้งคำ หรือลงท้ายด้วย -en แต่แต่ละคำก็ยังต้องจำเป็นคำ ๆ ไป

เรียนกริยาอปกติให้เร็วได้อย่างไร?

จัดกลุ่มตามรูปแบบ เช่น การเปลี่ยนสระหรือการเปลี่ยนทั้งคำ แล้วฝึกใช้ในประโยคเต็ม แทนที่จะท่องเป็นรายการคำโดด ๆ

กริยาอปกติที่พบบ่อยที่สุด 10 คำคืออะไร?

Be, have, do, say, get, make, go, know, take และ see คือคำที่พบบ่อยที่สุดในภาษาอังกฤษประจำวัน

กริยาช่อง 3 ใช้ในตำแหน่งใด?

กริยาช่อง 3 ใช้ตามหลัง have, has หรือ had ใน perfect tense และตามหลัง be ในประโยค passive voice

get เป็นกริยาอปกติหรือไม่?

ใช่ get เปลี่ยนเป็น got ในช่อง 2 และเป็น gotten หรือ got ในช่อง 3 ขึ้นอยู่กับสำเนียงภาษาอังกฤษที่ใช้

ช่อง 2 กับช่อง 3 ของกริยาอปกติต่างกันอย่างไร?

ช่อง 2 ใช้ยืนเดี่ยวได้ในประโยค past simple ส่วนช่อง 3 ต้องมีกริยาช่วยอย่าง have หรือ be เสมอ

กริยาอปกติบางคำผันแบบปกติได้ด้วยหรือไม่?

กริยาบางคำใช้ได้ทั้งสองรูป เช่น learned/learnt หรือ dreamed/dreamt โดยความนิยมตามภูมิภาคเป็นตัวกำหนดว่ารูปใดฟังดูเป็นธรรมชาติกว่า

มีกริยาอปกติที่ไม่เปลี่ยนรูปเลยหรือไม่?

มี กลุ่ม "ไม่เปลี่ยนรูป" อย่าง cut, put, hit และ set มีรูปเหมือนกันทั้งช่อง 1 ช่อง 2 และช่อง 3

Learna AI ช่วยเรื่องกริยาอปกติได้อย่างไร?

Learna AI จะชี้จุดที่ใช้รูปกริยาอปกติผิดทันทีที่พูดออกมา ให้รูปที่ถูกต้อง และนำคำกริยานั้นกลับมาให้ฝึกซ้ำในบทเรียนถัดไปจนกว่าจะจำได้แม่นยำ

Learna ทดสอบกริยาอปกติแยกตามรูปแบบได้ไหม?

ได้ Learna AI สามารถจัดกลุ่มแบบฝึกตามรูปแบบ เช่น กริยาที่เปลี่ยนสระหรือกริยาที่ไม่เปลี่ยนรูป เพื่อให้ฝึกรูปที่คล้ายกันไปพร้อมกัน